10 แข้งเทพที่ไม่เคยลงเตะบอลโลกรอบสุดท้าย
อันดับ 10 : เลียม เบรดี้ (ไอร์แลนด์ / อาร์เซน่อล, อินเตอร์, ซามพ์โดเรีย, ยูเวนตุส, เวสต์แฮม)
นักเตะระดับตำนานของชาวไอริชรายนี้ผ่านประสบการณ์ค้าแข้งมาอย่างโชกโชน โดยคำการันตีบนหน้าอกสมัยค้าแข้งกับทีมดัง ๆ อย่าง อาร์เซน่อล, ยูเวนตุสและ อินเตอร์ มิลาน ยืนยันความยอดเยี่ยมของ เบรดี้ ได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตามดูเหมือน เบรดี้ กับการเล่นทีมชาติจะไม่ค่อยโดนโฉลกกันสักเท่าไร เพราะแม้กองกลางจาก ดับลิน รายนี้จะมีส่วนในการพา อาร์เซน่อลและ ยูเว่ ฟาดแชมป์มานับไม่ถ้วน แต่กับผลงานในระดับทีมชาติแล้ว ปรากฏว่า เบรดี้ "ไม่เคย" ลงเล่นให้ ไอร์แลนด์ ในทัวร์นาเมนต์หลัก ๆ เลย
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเส้นทางค้าแข้งของ เบรดี้ นั้นเกิดขึ้นก่อนยุคทองของวงการลูกหนังไอริชและเหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง เพราะหลังพ้นยุคของ เบรดี้ แล้ว ทีม "ยักษ์เขียว" กลับขยับเข้าสู่ช่วงเฟื่องฟูและตีตั๋วผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้ทั้งในศึก เวิลด์ คัพ และ ยูโรเปี้ยน คัพ
จะว่าไปก็ไม่ใช่ว่า เบรดี้ ไม่มีโอกาสเลยเสียทีเดียว เพราะดาวเตะ "กันเนอร์ส" เป็นหนึ่งในสมาชิกของทีมชาติไอร์แลนด์ ชุดทะลุเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายของ "ศึกยูโร 88" ภายใต้การคุมทีมของ แจ็ค ชาร์ลตัน แต่ท้ายสุดก็ต้องถอนตัว เนื่องจากถูกไข้เดี้ยงเล่นงาน
ท้ายที่สุด เบรดี้ ตัดสินใจอำลาทีมชาติในช่วงคาบต่อของรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 1990 ก่อนที่พลพรรค "ยักษ์เขียว" จะสร้างเซอร์ไพรส์มีชื่อติดเป็นหนึ่งในชาติที่ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายที่ อิตาลี อีกครั้ง
ปัจจุบัน เบรดี้ ผันตัวมารับหน้าที่ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติไอร์แลนด์ คอยประสานงานกับทีมงานจากแดนมะกะโรนี ทั้ง โจวานนี่ ตราปัตโตนีและมือขวา มาร์โก ทาร์เดลลี่ โดยในครั้งนี้ทีมชาติไอร์แลนด์ ต้องพลาดตั๋ว เวิลด์ คัพ 2010 ไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อพ่าย ฝรั่งเศส ในรอบเพลย์อ๊อฟ จากจังหวะแฮนด์บอลปัญหาของ เธียร์รี่ อองรี นั่นเอง
อันดับ 9 : ยารี่ ลิตมาเน่น (ฟินแลนด์ / อาแจ็กซ์, บาร์เซโลนา, ลิเวอร์พูล)
ลิตมาเน่น ถูกยกย่องให้เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดตลอดกาลของวงการฟุตบอลฟินน์ เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยมีนักเตะฟินแลนด์รายใดประสบความสำเร็จถึงขึ้นผ่านการค้าแข้งกับยอดทีมอย่าง อาแจ็กซ์, บาร์เซโลนาและ ลิเวอร์พูล มาก่อน
จุดแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของ ลิตมาเน่น คือการมีส่วนสำคัญช่วยให้ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์มดัม คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบหักปากกาเซียนในปี 1995 และอีกหนึ่งปีให้หลังยอดทีมแดนกังหันลมเกือบสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการป้องกันแชมป์ยุโรปสำเร็จ แต่สุดท้ายไปไม่ถึงฝัน เมื่อต้องเสียท่า ยูเว่ ไปแบบน่าเสียดายในช่วงดวลจุดโทษ
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า ลิตมาเน่น จะประสบความสำเร็จอย่างเหลือล้นในระดับสโมสร แต่กับเวทีทีมชาติแล้วกลับสวนทางกันอย่างชัดเจน เพราะทั้ง ๆ ที่ ลิตมาเน่น ลงเล่นให้ ฟินแลนด์ กว่า 132 นัดและซัดไปถึง 31 ประตู (ครองสถิติดาวยิงสูงสุดจนถึงปัจจุบัน) แต่กระนั้นทีมก็ไม่เคยเข้าใกล้กับการมีส่วนกับฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย แม้แต่นิดเดียว
แบร์นด์ ชูสเตอร์ ถือเป็นอีกนักเตะระดับตำนานของวงการลูกหนังเมืองเบียร์ที่อาภัพ เพราะไม่เคยสัมผัสเกมฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย แม้แต่เสี้ยวนาที
ทั้ง ๆ ที่วัดระดับฝีเท้าของ ชูสเตอร์ ในบทบาทเพลย์เมคเกอร์แล้วไม่ว่าใครก็ต้องยอมรับ เนื่องจากตัวรุกรายนี้มีตรารับรองของสองทีมยักษ์ใหญ่แดนกระทิงเป็นรับประกัน เนื่องจากเคยเล่นให้กับทั้ง บาร์เซโลนาและ เรอัล มาดริด
นอกจากนั้นเส้นทางกับทีมชาติเยอรมันก็ไม่ธรรมดา เพราะ ชูสเตอร์ ถือเป็นกำลังหลักของทีม "อินทรีเหล็ก" ชุดคว้าแชมป์ "ยูโร 80" แต่จุดผกผันสำคัญคือ อุปนิสัย "ยอมหัก ไม่ยอมงอ"
เมื่อไม่ถูกใจกับระบบการจัดการทีมชาติและดันไม่กินเส้นกับ จุ๊ปป์ แดร์วอลล์ นายใหญ่ทัพ "อินทรีเหล็ก" ในยุคนั้น ท้ายที่สุด ชูสเตอร์ ตัดสินใจประกาศหันหลังให้กับ เยอรมัน ตั้งแต่อายุ 24 ปี โดยการกระทำดังกล่าวนำมาซึ่งฉายา "ขบถลูกหนัง" ในเวลาต่อมา

อันดับ 7 : อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ (อาร์เจนตินา, สเปน / โบคา จูเนียร์ส, ริเวอร์เพลท, บาเลนเซีย, เรอัล มาดริด)
ดิ สเตฟาโน่ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดตลอดการของวงการลูกหนังโลก แต่กลับพลาดโอกาสสัมผัสเกมรอบสุดท้ายของ ฟุตบอลโลก อย่างโชคร้าย เพราะในช่วงเข้าสู่ทศวรรษที่ 50 ขณะที่เส้นทางค้าแข้งของนักเตะสองสัญชาติ (อาร์เจนไตน์-สแปนิช) กำลังรุ่งโรจน์ แต่ก็กลับไม่ได้มีส่วนร่วมในศึก เวิลด์ คัพ 50 เหตุเพราะ อาร์เจนตินา ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน
นอกจากนั้นในปี 1954 ดิ สเตฟาโน่ ปัดข้อเสนอลงเล่น เวิลด์ คัพ ไฟนั่ล ในฐานะตัวแทนทีมชาติโคลอมเบีย ทั้ง ๆ ที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เปิดไฟเขียวให้กองกลางตัวรุกรายนี้สามารถเล่นให้กับทีมจากแดนโคเคนได้
สองปีถัดมา (1956) โอกาสวกกลับมาหา ดิ สเตฟาโน่ อีกครั้ง ภายหลังดาวเตะผู้มีส่วนพา เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ 5 สมัย ได้สิทธิ์ถือครองสัญชาติสแปนิช แต่สุดท้ายก็ต้องซดแห้วอีกครั้ง เพราะ สเปน ดันไม่ผ่านรอบคัดเลือก ปี 1958
ความซวยของ ดิ สเตฟาโน่ ยังไม่สิ้นสุด เพราะในปี 1962 ความฝันในการลงสัมผัสเกม เวิลด์ คัพ ไฟนั่ล ผ่านเข้ามาใกล้เคียงที่สุด ภายหลังดาวเตะ "ราชันชุดขาว" พาทีมสเปนตีตั๋วทะยานเข้าสู่รอบสุดท้ายสำเร็จ แต่ไม่วายสุดท้ายอดเล่น เพราะดันมาเจ็บก่อนเปิดทัวร์นาเมนต์และต้องถอนตัวไปในที่สุด
อันดับ 8...รอการอัพเดท...
|
หัวข้อที่คุณอาจสนใจ :
|
||
|   | ||
|
|
  |
|
|
|
  |
|
|
|
  |
|
|
|
  |
|
 ทีเด็ดสกอร์สูงต่ำ  โดนใจจัด ทำเงินได้
เส้นทางเศรษฐี ... ทีเด็ด "โต๊ะล้ม" !!!
รวบรวมทีเด็ดเซียนเด็ดเซียนดัง
toeloms.com
"ไม่เด็ดจริง ไม่เอามาฝาก"
"ไม่เด็ดจริง ไม่เอามาฝาก"
skballs.com
